บ.ซีแคนูไทยแลนด์ จำกัด บ้าน ร๊อคการ์เด้นท์ 125/461 บ้านทุ่งคา - บ้านสะปำ ต. รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83000 โทรศัพท์ 076 528839 - 40 โทรสาร 076 258841 อีเมล์: info@seacanoe.net เว็บไซต์ http://www.seacanoe.net/ Please visit my blog.Thank you so much. http://www.sanamluang.bloggang.com / http://tham-manamai.blogspot.com / http://www.parent-youth.net/ http://www.tzuchithailand.org/ http://www.pdc.go.th/ http://www.presscouncil.or.th / http://thainetizen.org/ http://www.ictforall.org

"เชิญชวนทุกท่านร่วมสร้างสรรค์กฎหมายเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน"

ฉันไม่ชอบกฎหมาย
Bookmark and Share
Blognone

วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ผลิตภัณฑ์สีเขียว มิตรสิ่งแวดล้อม

วันที่ 07 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6765 ข่าวสดรายวัน


ผลิตภัณฑ์สีเขียว มิตรสิ่งแวดล้อม


สุจิต เมืองสุข




ต้นปีพ.ศ.2549 ส่วนส่งเสริมเทคโนโลยีที่เหมาะสม สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผุดไอเดียส่งเสริมการรักษ์และลดโลกร้อน ด้วยการผูกมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลงลึกระดับชุมชนอันเป็นรากฐานการผลิตหนึ่งที่สำคัญของประเทศ

โดยกลวิธีการผูกมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมลงมือทำเลือก "เทคโนโลยีสะอาด" หรือ "คลีน เทคโนโลยี" Clean Technology เข้าไปประยุกต์ใช้ มุ่งเน้นไปที่ผู้ผลิตโดยตรง ตั้งแต่การผลิตขนาดเล็กในครอบครัว ชุมชน หรือแม้กระทั่งระดับการผลิตที่ใหญ่ขึ้นในแบบของสถานประกอบการ

ภายใต้ "โครงการส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม"

โดยจะมอบรางวัลมาตรฐานการผลิตตัว G (Green Production) ให้แก่กลุ่มผู้ผลิต หากทดสอบแล้วผลิตภัณฑ์ผ่านมาตรฐานตามที่กรมกำหนด ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่ผ่านมาตรฐานการทดสอบจะได้รับการการันตีว่าเป็น "กรีน โปรดักต์" (Green Product) หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะกับสิ่งแวดล้อม หรือผลิตจากวัสดุธรรมชาติ หรือวัสดุรีไซเคิล

มาตรฐานการผลิตตัว G ยังแบ่งระดับเกณฑ์ประเมินไว้ 3 ระดับ ประกอบด้วย ระดับดีเยี่ยม สีทอง, ระดับดีมาก สีเงิน, และระดับดี สีทองแดง



ตลอด 4 ปี มีผู้ผลิตระดับครอบครัว กลุ่มแม่บ้าน ชุมชน ตำบล อำเภอ จังหวัด หรือสถานประกอบการขนาดใหญ่ เข้าร่วมโครงการหลายร้อยราย แต่ผ่านการทดสอบที่ได้มาตรฐานอย่างแท้จริงเพียง 30 รายเท่านั้น

ใน 30 ราย แยกผลิตภัณฑ์เป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มกระดาษสา สุรากลั่น สิ่งทอขนาดเล็ก ผักและผลไม้แช่เย็นหรือแช่แข็ง เฟอร์นิเจอร์ไม้ และน้ำตาลทราย

นางอรพินท์ วงศ์ชุมพิศ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม แจกแจงถึงเกณฑ์การตัดสินใจผลิตภัณฑ์ผ่านมาตรฐาน โดยระบุว่า กรมมีเกณฑ์ที่ใช้ประเมินต้องพิสูจน์ได้ว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจริงๆ คือ การใช้วัตถุดิบในกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ มีการลดหรือหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี และวัตถุดิบที่เป็นอันตราย ประหยัดพลังงาน หรือใช้พลังงานที่สะอาดขึ้น มีการนำกลับมาใช้ใหม่หรือใช้เทคโนโลยีหมุนเวียน และมีการจัดการมลพิษที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต

หากผู้ผลิตใดได้รับมาตรฐานตัว G ไปแล้ว ในทุกๆ ปีทางกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมจะส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบผลิตภัณฑ์ หากพบว่าไม่ได้มาตรฐาน อาจถอนมาตรฐานตัว G ออกในขณะนั้น

นางปราณี กันทะพรหม เหรัญญิกโรง งานทอสา อ.ดอย สะเก็ด จ.เชียงใหม่ ตัวแทนกลุ่มแม่บ้านกว่า 20 คน ที่รวมตัวกันผลิตผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกระดาษสา และเข้าร่วมโครงการตัว G เล่าว่า เดิมใช้โซดาไฟในขั้นตอนการผลิตกระดาษสา ซึ่งเบื้องต้นยังไม่พบปัญหาใดๆ และผลิตภัณฑ์ก็ยังได้รับการตอบรับอย่างดี



ต่อมาเกิดปัญหาน้ำเน่าเสียในบ่อบำบัดน้ำเสียที่กลุ่มทำขึ้นเพื่อบำบัดน้ำเสียภายหลังจากการใช้น้ำ ซึ่งมีส่วนผสมของโซดาไฟ แต่เนื่องจากการย่อยสลายสารบางชนิดในโซดาไฟทำได้ยาก จึงส่งผลให้น้ำเน่าเสีย และส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วหมู่บ้าน

"ตอนนั้นโครงการส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาที่หมู่บ้านพอดี เลยตัดสินใจเข้าร่วมโครง การ และได้รับการอบรม แนะนำ ให้ความรู้ จนตอนนี้นำสารโพแทสเซียมมาใช้แทนโซดาไฟในขั้นตอนการกัดกระดาษสาแทน นอกจากจะไม่ทำให้หลงเหลือสารเคมีในธรรมชาติแล้ว ผลิตภัณฑ์กระดาษสาที่ได้ยังมีคุณภาพมากกว่าด้วยซ้ำ" นางปราณีกล่าว

นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มคุณภาพขึ้น กลุ่มแม่บ้าน อ.ดอยสะเก็ด ยังพบว่ากลิ่นเหม็นที่ส่งกลิ่นคลุ้งไปทั่วหมู่บ้านจนหาทางแก้ได้ลำบากนั้นหมดไป และตัวผู้ผลิตเองก็ไม่ต้องเสี่ยงกับการสัมผัสสารเคมีในชีวิตประจำวันด้วย

โครงการไม่ได้จัดตั้งขึ้นเพียงตรวจวัดมาตรฐานการผลิตที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม แต่กรมส่งเสริมสิ่งแวดล้อมเติมความสมบูรณ์ให้โครงการด้วยการจัดส่งวิทยากรเข้าไปในชุมชน และสถานประกอบการ เพื่อสร้างความเข้าใจ เพิ่มฐานความรู้ และปลูกฝังรู้รักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับชุมชน

ผลิตผลที่ผู้ประกอบการผ่านมาตรฐานการตรวจสอบจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม การันตีคุณภาพด้วยตราสัญลักษณ์ตัว G จำนวน 30 ราย ในวันนี้มี 12 รายที่นำผลิตภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาออกบูธจัดแสดง และจำหน่ายถึงกลางกรุง

ลานกว้างชั้น 1 กลางห้างสรรพสินค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ เป็นสถานที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์ในครั้งนี้ และพร้อมจำหน่ายให้แก่ผู้สนใจในราคาต้นทุน

โดยผลิตภัณฑ์ที่นำมาคัดเลือกมาเพียง 2 กลุ่มเท่านั้น คือ กระดาษสา และสิ่งทอขนาดเล็ก เนื่องจากผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ และเครื่องมือประกอบจึงไม่สะดวกต่อการจัดแสดงนอกสถานที่

นับว่าเป็นเพียงครั้งแรกและครั้งเดียวของผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ตามโครงการส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จัดแสดงและวางจำหน่ายจากผู้ผลิตถึงมือผู้บริโภคโดยตรง งานนี้จะมีไปถึงวันที่ 10 มิ.ย.นี้เท่านั้น

หน้า 5
 

ภาคสองของ"นกฮูกควาย"

วันที่ 07 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6765 ข่าวสดรายวัน


ภาคสองของ"นกฮูกควาย"


คอลัมน์ ทัวร์ทโมน

ปริญญา ผดุงถิ่น pui@tourtamoan.com www.tourtamoan.com




นกเค้าใหญ่พันธุ์เนปาลแห่งเขาใหญ่อุตส่าห์เข้าใกล้นกได้ขนาดนี้แล้ว แต่นกเมินกล้องซะงั้น งานนี้ต้องมีล้างตาแน่

หลังจากผมไปจ๊ะเอ๋ นกเค้าใหญ่พันธุ์เนปาล (Spot-bellied Eagle-Owl) ที่ตีนเขาใหญ่

พรรคพวกเพื่อนฝูงที่ทราบข่าว ก็โทร.มาร้องขอกันให้วุ่น ช่วยพาไปดูเป็นขวัญตาบ้างเถิด

ผมก็เลยนัดแนะกับเจ้าถิ่น "ไกด์เอ" คนดังเขาใหญ่ จนการเข้าพื้นที่ของเอกชนแห่งนั้นได้รับไฟเขียวผ่านสะดวก การนัดหมายกับคณะใหญ่จึงเริ่มขึ้น

จำนวนคนคราวนี้ปาเข้าไปร่วม 20 คน แบ่งเป็นนักดูนก 3 พวก

พวกหนึ่งถ่ายรูปด้วยอุปกรณ์ DSLR พวกหนึ่งถ่ายรูปด้วยดิจิสโคป และพวกหนึ่งมีมาแต่กล้องไบน็อกหรือสโคป ขอส่องดูอย่างเดียวก็พอใจแล้ว

ผมเองอาจพิลึกกว่าใคร คือหอบขาตั้ง 2 ตัว ทั้ง DSLR และดิจิสโคป

ขาตั้งกล้องเรียงรายเป็นตับบนเนินหญ้า แต่ละคนหมายมั่นปั้นมือ

โชคช่วยเป็นอย่างมาก หนนี้นกตื่นเร็วกว่าเดิม เริ่มบินขึ้นจากที่นอนมาโชว์ตัวบนหน้าผาตอน 5 โมงเย็น ยังมีแสงแดดแรงๆ อยู่ จากนั้นแต่ละคนก็ง่วนกับอุปกรณ์ตรงหน้าของตัว พลิกตำรากันตามใจชอบ

เป็นครั้งแรกในชีวิต ถ่ายรูปนกจากระยะไกลลิบโลกขนาดนี้!

พอฟ้าเริ่มหรี่โรยใกล้มืด ประกอบกับมีเมฆฝนมาด้วย นกบินเปลี่ยนกิ่ง แต่ไม่ร่อนถลาลงต่ำเหมือนหนก่อน ผ่าขึ้นไปอยู่บนสันเขาไกลกว่าเดิมอีก

แล้วฝนก็เข้ามาเป็นอุปสรรค แม้โปรยปรายเพียงเบาๆ แต่ก็เพียงพอจะไล่อุปกรณ์ถ่ายรูปนกทั้งหลายให้หนีกระเจิงไปหลบในเพิง ก่อนทุกคนตัดสินใจ...กลับดีกว่า

ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 2 ทุ่ม ฝนเริ่มขาดเม็ด รถที่แห่กันมาเป็นขบวนใหญ่ กลับลำออกไปทีละคัน จนถึงคิวผม กำลังถอยหน้าถอยหลัง มีไกด์เอมาคอยโบกให้

ปากบอก มือโบก แต่ตาวาวๆ ของไกด์เอยังเบิ่งไปตามท้องฟ้าที่แสงจันทร์เริ่มพ้นเงาเมฆ

แล้วก็ร้องจ๊ากออกมา เมื่อเห็นนกเค้าใหญ่ร่อนถลาจากบนเขา หายเข้าไปในพุ่มกิ่งใบของต้นหางนกยูง ถัดจากรถผมสัก 10 กว่าเมตรเท่านั้น

ยังเหลือตากล้องตรงนั้น 4-5 คน แต่ดันเป็นผมที่โชคดีกว่าใคร ก่อนนกจะเผ่นหนีไปอีกอย่างรีบร้อน ผมก็ถ่ายเจ้าอินทรีแห่งรัตติกาลหรือ "นกฮูกควาย" ไป 2 ฉับ ได้ภาพชัดเจนมา 1 ฉับ

เสียดายก็แต่ นกดันไม่หันมาสบตากับกล้องเท่านั้น

ส่วนคนอื่นแย่กว่าอีก ภาพเบลอมั่ง ยืนงงไม่กดชัตเตอร์มั่ง แม้แต่ประกอบกล้องมาไม่ทันก็มี

เพื่อนที่ไปด้วยกันและเป็นเจ้าข้อมูลนกคนหนึ่ง แสดงความเห็นว่าน่าจะเป็นรูปนกเค้าใหญ่พันธุ์เนปาลในธรรมชาติของไทย ที่ถ่ายได้ในระยะใกล้สุด!

สักวันคงจะมีภาคสามสำหรับผม ตอนนี้ก็มองหาวิธีการอยู่ ทำอย่างไรจะเข้าใกล้นกได้อีกโดยไม่ตื่นหนี?

หน้า 7
 

วันที่ 23 - 24 มิถุนายน 2552 ณ บริเวณลาน ส.ว.ป มหาวิทยาลัยรามคำแหง "สืบสานวัฒนธรรมชายแดนใต้เพื่อสันติภาพครบรอบ 30 ปี PNYS"

ขอเชิญชวนร่วมงาน “สืบสานวัฒนธรรมชายแดนใต้เพื่อสันติภาพครบรอบ 30 ปี PNYS”

Activity Date: 
Tue, 2009-06-23 01:00

ขอเชิญชวนร่วมงาน สืบสานวัฒนธรรมชายแดนใต้เพื่อสันติภาพ

ครบรอบ 30 ปี PNYS”

 

เนื่องจากปี 2552 เป็นปีครบรอบ 30 ปีของกลุ่ม P.N.Y.S. หรือ กลุ่มนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ทางคณะกรรมการกลุ่ม P.N.Y.S. จึงมีมติจัดโครงงานสืบสานวัฒนธรรมชายแดนใต้เพื่อสันติภาพ ระหว่างวันที่ 23 - 24 มิถุนายน 2552 ณ บริเวณลาน ส.ว.ป มหาวิทยาลัยรามคำแหง เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองและเป็นกำลังใจกับนักศึกษาที่ผ่านการทำกิจกรรมเพื่อสังคมกับ P.N.Y.S. ทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ได้ยืนหยัดในอุดมการณ์เสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อส่วนรวมหรือเพื่อรับใช้สังคมต่อไป และเพื่อเป็นการระดมความคิดจากหลายๆฝ่ายนำสู่การดับไฟใต้อย่างยั่งยืน โดยมี รองศาสตราจารย์ คิม ไชยแสนสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นประธานในพิธีเปิด และกิจกรรมในงานประกอบด้วย

 

v การสานเสวนาสู่สันติภาพ 3 หัวข้อด้วยกัน คือ

1.      ความมั่นคงของชาติกับสิทธิมนุษยชนของประชาชนจะไปด้วยกันได้อย่างไร

วิทยากร มีดังนี้

-          นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ (ทำหน้าที่กำกับดูแลปัญหาชายแดนใต้ สมัยนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร)

-          พล.ท.พิเชษฐ์ พิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4

-          ศาสตราจารย์ ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ์ คณะบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

-          นายอดิลัน อาลีอิสเฮาะ กรรมการบริหาร(ส่วนภูมิภาค) ศูนย์ทนายความมุสลิม

ดำเนินรายการโดย นายอาเต็ฟ โซ๊ะโก เลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย

 

2.      มลายูมุสลิมชายแดนใต้คือใคร?วิทยากร คือ พล.ต.ต. จำรูญ  เด่นอุดม ประธานมูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อดีตคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์(กอส.)

 

3.      การต่อสู้เพื่อสันติภาพของประชาชนชายแดนภาคใต้

โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนาประกอบด้วย

-          นายมูฮำหมัดอาลาดี เด็งนิ อดีตรองเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ฝ่ายประชาชน

-          นายวิศรุต บุญยา เลขาธิการ เครือข่ายนักศึกษาเพื่อพิทักษ์ประชาชน(คพช. )/อดีตรองเลขาธิการ สนนท.ฝ่ายการเมือง

          นายมะรอนิง สาและ แกนนำกลุ่มอนุรักษ์อ่าวปัตตานี

-          นายลีโอ เจ๊ะกือลี อดีตนายกองค์การบริหารนักศึกษา องค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

-          นางสาวรุชดา สะเด็ง กรรมการบริหารสมาพันธ์นิสิตนักศึกษามุสลิมแห่งประเทศไทย(สนมท.) ฝ่ายกิจการสตรี

-          นางสาวไลลา เจ็ะซู แกนนำเครือข่ายเยาวชนนักศึกษาเพื่อสันติภาพ(คยนส.)

-          นายเจ็ะปอ สือแม แกนนำกลุ่มอนุรักษ์อ่าวปัตตานี / ศิลปินพื้นบ้านดิเกฮูลูคณะแหลมทราย

 

v การแสดงภาคเวที

-          ดีเกฮูลู (จากคณะแหลมทราย ของนายเจ๊ะปอ สือแม บ้านบางตาวา อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี และคณะจากคณะนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เรียนในมหาวิทยาลัยส่วนกลาง (ความพิเศษของคณะนี้คือ มีคนปรบมือมากกว่าร้อยชีวิต)

-          รองเง็ง

-          สีลัตกาโยง และปันจักสีลัต (สาธิตการตีกริช)

-          ละครสะท้อนสังคม

-          นาชีดก็อมปังและอานาซีดพื้นบ้าน

 

v บอร์ดนิทรรศการเกี่ยวกับวิถีชีวิต เช่น ประวัติศาสตร์ปาตานี, การเมือง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและศาสนา รวมทั้งจัดโชว์ของเก่าของโบราณ เช่น กริช หอก ถ้วย ชาม ฯลฯ

 

อนึ่ง ในการจัดงานครั้งนี้มีการจำหน่ายคูปองแลกอาหารและอื่นๆ เพื่อสมทบทุนการทำกิจกรรมเพื่อสังคมของ P.N.Y.S. ในอนาคตด้วย

 

จึงขอเรียนเชิญทุกท่านผู้มีหัวใจรักสันติภาพมาร่วมงานนี้ให้ได้นะจ๊ะ

 

หมายเหตุ สำหรับท่านที่มาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอเชิญชวนให้แต่งกายชุดวัฒนธรรมด้วยนะจ๊ะ

นักข่าวพลเมือง: กลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึงและคณาจารย์ ม.ศิลปากร ร่วมปลูกป่าพรุเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก

นักข่าวพลเมือง: กลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึงและคณาจารย์ ม.ศิลปากร ร่วมปลูกป่าพรุเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก

คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยศิลปากรนำโดยรองอธิการบดีร่วมกับนักเรียนในชุมชน อ.บางสะพาน และกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึง ร่วมกันปลูกป่าที่ป่าพรุแม่รำพึง ประจวบคีรีขันธ์ เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก

 

เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิ.ย. 52 คณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยศิลปากร นำโดย รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากรและหัวหน้าหน่วยงานรองศาสตราจารย์ ดร. เรณู เวชรัชต์พิมล (รองอธิการบดีฯ) ร่วมกับนักเรียนจากโรงเรียนบางสะพานวิทยา โรงเรียนบ้านท่าขาม โรงเรียนบ้านดอนสำราญ โรงเรียนอ่าวยาง และโรงเรียนวัดนาผักขวง รวมถึงประชาชนทั่วไปที่สนใจและกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึง กว่า 400 คน ร่วมกันจัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลกบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำ ป่าพรุแม่รำพึง ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างองค์ความรู้เพื่อเฝ้าระวังมลพิษ ฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมโดยพลังสามประสาน บ ว ร (บ้าน วัด โรงเรียน)

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็ก เยาวชนและประชาชนตระหนักถึงศักยภาพของตนเองในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มต้นที่ตนเอง มีความเป็นผู้นำและเชื่อมั่นในปณิธาน “โลกสวยด้วยมือเรา เริ่มที่เรา ไม่ต้องรอ” ให้เด็ก เยาวชนและประชาชนมีความรู้และความเข้าใจถึงคุณค่าของต้นไม้ในการลดปัญหาโลกร้อน และ มีความรู้และความเข้าใจถึงศักยภาพของไม้ป่าชายเลนในการเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารของสัตว์น้ำ เกิดความร่วมมือของสถานศึกษา หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการและประชาชนในการปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้คณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยศิลปากรได้มีกิจกรรมต่างๆ ให้เด็กนักเรียนที่เข้าร่วมงานทำโดยเฉพาะให้นักเรียนร่วมกันปลูกต้นไม้เพื่อเป็นการช่วยเพิ่มปริมาณพื้นที่สีเขียวให้แก่โลกอีกทั้งยังเป็นการช่วยลดภาวะโลกร้อนได้เป็นอย่างดี ซึ่งกล้าไม้ที่ปลูกมีทั้งต้นจากซึ่งเป็นไม้ที่มีอยู่มากในป่าพรุแม่รำพึง และยังมี สน สะเดา และไม้ยืนต้นชนิดต่างๆ อีกกว่า 500 กล้า

นอกจากนั้นพื้นที่ป่าพรุแม่รำพึงแห่งนี้กำลังรอคำประกาศอย่างเป็นทางการจากมติคณะรัฐมนตรีให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติอีกด้วยโดยผ่านขั้นตอนการตรวจสอบเรียบร้อยแล้วทุกขั้นตอน

และจากการสอบถามผู้ที่มาร่วมงานส่วนใหญ่กล่าวว่า เป็นป่าพรุที่มีความสมบูรณ์เป็นอย่างมากควรที่จะช่วยกันดูแลรักษาให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำรวมถึงเป็นแก้มลิงธรรมชาติที่สำคัญของอำเภอบางสะพานตลอดไป เพราะเหตุผลที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือบริเวณป่าพรุแห่งนี้เป็นแหล่งผลิตอาหารหรือแพลงตอนพืช และสัตว์ ให้แก่ระบบนิเวศน์และไหลลงสู่อ่าวแม่รำพึง ทำให้บริเวณอ่าวแม่รำพึงแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากรวมถึงเป็นแหล่งวางไข่ปลาทูและอนุบาสัตว์น้ำวัยอ่อนที่สำคัญของประเทศอีกด้วย

http://www.prachatai.com/journal/2009/06/24549

วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2552

'สวนธนบุรีรมย์' แหล่งโอโซนชานเมือง

วันที่ 2 มิถุนายน 2552 เวลา 08:47 น.
 
'สวนธนบุรีรมย์' แหล่งโอโซนชานเมือง
 
หากเอ่ยชื่อ 'สวนธนบุรีรมย์' สวนสาธารณะหน้าเก่า ริมถนนประชาอุทิศ คงมีน้อยคนที่รู้จัก หากไม่ใช่คนแถวนั้นจริงๆ แต่หากมีเวลาลองแวะมาสัมผัสกับบรรยากาศภายในสวนสาธารณะแห่งนี้แล้ว รับรองได้ว่า สดชื่นไม่แพ้สวนสาธารณะขนาดใหญ่ในตัวเมืองอย่างแน่นอน

สำหรับที่ตั้งของสวนสาธารณะแห่งนี้ เดิมเป็นสวนผลไม้ และทุ่งหญ้ามาก่อน โดยเฉพาะเป็นสวนส้มบางมดที่ขึ้นชื่อ ซึ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ต่อมาในปี พ.ศ.2503 ทางกรุงเทพมหานครมาเช่าทำประโยชน์ต่อ โดยพัฒนาเป็น 'สถานที่เพาะชำต้นไม้บางมด' เนื่องจากเหมาะสมในด้านทำเลที่ตั้ง และความอุดมสมบูรณ์ของดินและน้ำ

จนมาถึงปี พ.ศ.2511 พระยามไหสวรรย์ นายกเทศมนตรีนครธนบุรี ได้เห็นความเหมาะสมของพื้นที่ จึงดำเนินการปรับปรุงให้เป็นสวนสาธารณะ เพื่อการพักผ่อนของประชาชนในย่านฝั่งธนบุรีและเปลี่ยนชื่อเป็น 'สวนธนบุรีรมย์'

ถึงแม้ว่าบริเวณโดยรอบของสวนสาธารณะแห่งนี้ จะเจริญเติบโตไปด้วยวัตถุ ทั้งอสังหาริมทรัพย์ ร้านค้าต่างๆ แต่เมื่อก้าวเข้าไปยังสวนสาธารณะแห่งนี้แล้ว จะรู้สึกได้ถึงความร่มรื่น ความเขียวขจีของผืนหญ้าและต้นไม้ใหญ่ ที่ยังคงเหลืออยู่ รวมไปถึงความสดใสสวยงามของดอกไม้นานาพรรณ

นอกจากความเขียวขจีแล้ว ที่สวนสาธารณะแห่งนี้ ยังมีชุ่มชื่นไม่แพ้ที่ไหน ๆ ด้วยสระน้ำที่ลัดเลาะเป็นบึงกว้าง เติมเต็มความสดชื่นด้วยบัวสายพันธุ์วิคตอเรีย และอีกหลายๆ สายพันธุ์

ไม่เพียงแต่การมาปิกนิกกับครอบครัวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่กิจกรรมที่สวนสาธารณะแห่งนี้ยังมีอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น การวิ่งรอบสวน การออกกำลังกายในจุดที่จัดไว้ทั้ง 12 จุด ซึ่งจะเป็นเครื่องออกกำลังกายที่จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น การยกขอนไม้ เพื่อฝึกกำลังแขนและไหล่ การแกว่งตัว โดยฝึกการเหยียดตัว และอ่อนตัว เป็นต้น

สำหรับเยาวชนที่ชอบขี่จักรยาน ภายในยังมี ‘สวนจราจรเยาวชนธนบุรีรมย์’ เส้นทางจักรยาน พร้อมป้ายจราจรพื้นฐาน เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้ฝึกทักษะในการขี่จักยาน และปฏิบัติตามกฎจราจรที่ถูกต้อง

อีกกิจกรรมหนึ่งที่ถือว่าได้รับความนิยมอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน หรือสวนสาธารณะใด นั่นคือ การถ่ายภาพ ดังจะเห็นได้จากการหอบหิ้วอุปกรณ์มาพร้อม ทั้งเลนส์ ทั้งขาตั้ง บางคนพกเอานางแบบส่วนตัวมาด้วย หรือหากเป็นผู้ที่หลงใหลในการถ่ายรูปธรรมชาติ ก็จะมาตั้งกล้องรอแสง รอองค์ประกอบที่เหมาะสม ก่อนลั่นชัตเตอร์เก็บภาพเป็นของตัวเอง.

หมายเหตุ
'สวนธนบุรีรมย์'
ตั้งอยู่บนถนนประชาอุทิศ ติดกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.00 - 20.00 น.

http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=200872&NewsType=1&Template=1

 

โลกใต้ทะเลผ่านเลนส์ของ 'โลรองต์ บาเลสต้า'

วันที่ 7 มิถุนายน 2552 เวลา 00:00 น.
 
โลกใต้ทะเลผ่านเลนส์ของ 'โลรองต์ บาเลสต้า'
วันสิ่งแวดล้อมโลกวันที่ 5 มิ.ย. ในปีนี้มีแนวคิดหลักในการรณรงค์ว่า “คุณคือพลัง ช่วยหยุดยั้งภาวะโลกร้อน” มุ่งเน้นไปที่การรณรงค์สร้างกระแสสังคมให้เกิดความรู้ความเข้าใจ    และตื่นตัวในเรื่องลดภาวะโลกร้อนเป็นหลัก ที่ผ่านมา   กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้ริเริ่มในการจัด โครงการ 45 วันรวมพลัง ลดถุงพลาสติก ลดโลกร้อน โครงการ   ส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โครงการเยาวชนไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อม โครงการส่งเสริมการพัฒนาเสื้อผ้าลดโลกร้อน เป็นต้น
 
ขณะที่ภาคเอกชน ห้างสรรพสินค้าเซนร่วม   กับสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ประจำประเทศไทย ร่วมดีเดย์ในวันสิ่งแวดล้อมโลกด้วยการจัดนิทรรศการภาพถ่าย “อัศจรรย์หมื่นไมล์ใต้สมุทร” ดำดิ่งสู่โลกสีครามกับการเดินทางสำรวจเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ    ทางทะเล โดย โลรองต์ บาเลสต้า ช่างภาพระดับโลกและ ปิแอร์ เดก็อง โดยนิทรรศการดังกล่าวได้ทุ่มทุนกว่า 20 ล้านบาท รวมพื้นที่จัดแสดงถึง 2,500 ตารางเมตรเพื่อแสดงภาพถ่ายใต้ทะเล จำนวน 88 ภาพ ของโลรองต์ บาเลสต้า และปิแอร์ เดก็อง ผู้แต่งหนังสือ พลาเน็ต โอเชี่ยน (Planet Ocean) ภายในนิทรรศการได้นำเสนอ 2 ส่วนใหญ่ ๆ ได้แก่ ภาพถ่ายอัศจรรย์หมื่นไมล์ใต้สมุทร ภาพชีวิตใต้น้ำของปะการังและสัตว์ทะเลที่หาชมได้ยากในท้องทะเล และมหาสมุทรทั่วโลก ซึ่งช่างภาพได้คัดเลือกมาจากภาพไฮไลต์ซึ่งตีพิมพ์ในหนังสือ พลาเน็ต โอเชี่ยน
 
ส่วนกลุ่มที่ 2 นิทรรศการภาพถ่ายกลุ่มอนุรักษ์ทะเล ซึ่งเป็นกลุ่มภาพที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ที่มีต่อท้องทะเล อาทิ ซากจักรยานยนต์ หรือยางรถยนต์ รวมถึง 11 วิธีช่วยอนุรักษ์ทะเลที่คุณสามารถมีส่วนร่วมได้
 
อลัน นามชัยศิริ กรรมการผู้จัดการห้างสรรพสินค้าเซน ผู้ร่วมจัดนิทรรศการครั้งนี้ กล่าวว่านี่คือโอกาสทองครั้งสำคัญที่จะได้สัมผัสกับนิทรรศการแห่งปี 2552 ซึ่งมีความโดดเด่นในแง่ที่เป็นภาพถ่ายใต้น้ำลึก โดยช่างภาพเคยสร้างสถิติถ่ายภาพในระดับลึกมากที่สุดในโลก คือระดับ-190 เมตรจากระดับน้ำทะเล สำหรับนักดำน้ำคนหนึ่งซึ่งจะต้องใช้ความสามารถทั้งศาสตร์ของการดำน้ำ และศิลปะของการถ่ายภาพไปพร้อม ๆ กับความท้าทายที่จะดำเนินชีวิตในโลกใต้น้ำท่ามกลางเพื่อนร่วมโลกอื่น ๆ ด้วยศาสตร์และศิลป์ที่นำมารวมกันได้สร้างสรรค์ภาพถ่ายของเขาให้มีความโดดเด่นเหนือคำบรรยาย ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเขาได้จัดแสดงผลงานในหลายประเทศในแถบยุโรป และนี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะมาแสดงภาพในเอเชีย โดยเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่แห่งแรกในการจัดงานนิทรรศการครั้งนี้
       
“นิทรรศการนี้จะทำให้มวลมนุษยชาติได้ตระหนักถึงความสำคัญในการอยู่ร่วมกันระหว่าง    มนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่อยู่ร่วมโลกกับเราไม่ว่าจะเป็น  เหนือพื้นดินหรือใต้พื้นดินก็ตาม ทำให้เราพึงระลึกเสมอว่า โลกใบนี้ไม่ได้มีแค่   ความสัมพันธ์เชิงธรรมชาติเกื้อหนุน  กันระหว่างมนุษย์กับมนุษย์เท่านั้น แต่ยังมีความสัมพันธ์ในเชิงธรรมชาติที่เกื้อหนุนกันระหว่างสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม”
 
โลรองต์ บาเลส  ต้า กล่าวว่า การแสดงภาพในครั้งนี้ในเมืองไทยรู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย เพราะการถ่ายภาพใต้น้ำครั้งแรก ๆ ก็เลือกมาถ่ายที่เมืองไทยเช่นกัน ในส่วนของนิทรรศการในครั้งนี้มีภาพที่ถ่ายไว้เมื่อ 15 ปีที่ผ่านมาใน  ช่วงตอนที่เป็นวัยรุ่น
 
“การถ่ายภาพใต้น้ำสิ่งที่จะต้องมีอยู่ตลอดเวลาคือสติสัมปชัญญะ และต้องเรียนรู้ธรรมชาติของสัตว์ใต้น้ำประเภทต่าง ๆ ว่ามีการเคลื่อนไหวอย่างไร เพื่อให้เราสามารถทำตัวได้กลมกลืนกับพวกมัน และเพื่อให้เราสามารถพ้นจากอันตรายจากสัตว์เหล่านี้ด้วย ปัจจุบันด้วยความทันสมัยของเครื่องมืออุปกรณ์ดำน้ำ ทำให้เราสามารถดำน้ำได้ลึกมากขึ้นด้วย ล่าสุดผมได้ทำสถิติดำน้ำลึกถึง 201 เมตร เมื่อปีที่ผ่านมา” ช่างภาพใต้น้ำระดับโลกบอกถึงเคล็ดลับการทำงาน
 
 ผลงานการจัดแสดงที่ผ่านมาของ โลรองต์ บาเลสต้า ได้   รับการยอมรับจากผู้เข้า     ชมในยุโรปและเป็นที่กล่าวถึงอย่างกว้างขวางในฐานะช่างภาพนักดำ   น้ำรุ่นใหม่ผู้เปิดโลกอัศจรรย์ใต้ทะเลให้สาธารณชนได้สัมผัส เขาเคยจัดแสดงในยุโรปมาแล้วกว่า 14 ครั้ง อาทิ ฝรั่งเศส เยอรมนี โปแลนด์ โมนาโก เจ้าชายอัลแบร์ที่ 2 แห่งโมนาโก เคยเสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการ ภาพที่นำมาจัดแสดงจำนวน 88 ภาพ มีภาพใต้โลกทะเลจากประเทศไทย และการจัดแสดงภาพในกรุงเทพมหานคร กำลังจะเป็นสถิติใหม่ด้วยการจัดแสดงครั้งแรกในเอเชีย
 
นิทรรศการ “อัศจรรย์หมื่นไมล์ใต้สมุทร” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 มิ.ย.-12 ส.ค. 2552 ณ บริเวณ เซน เอาท์ดอร์ อารีน่า และบริเวณรอบลานน้ำพุ เซ็นทรัลเวิลด์ ชมฟรีตลอดงาน... โลกที่ร้อนขึ้นทุกวันอาจจะทำให้ภาพสวยงามผ่านเลนส์ชุดนี้เป็นชุดสุดท้ายอันสวยงามก็เป็นได้ หากเราไม่ช่วยกันดูแลโลกใบนี้.

ภาพจากหนังสือ Planet Ocean
โลรองต์ บาเลสต้าและปิแอร์ เดก็อง


http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=201347&NewsType=1&Template=1

ททท.โหมบุกท่องเที่ยวรักสิ่งแวดล้อม จับกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ

วันที่ 6 มิถุนายน 2552 เวลา 08:33 น.
 
 ททท.โหมบุกท่องเที่ยวรักสิ่งแวดล้อม
จับกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. ได้ร่วมกับหน่วยงานรัฐ เอกชน และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ลงนามในบันทึกข้อตกลงโครงการปฏิญญารักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ เซเว่น กรีนส์ โดยมีนายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการลงนาม โดย ททท.เห็นว่าแม้ภาคท่องเที่ยวจะมีส่วนปล่อยก๊าซเรือน  กระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน เพียง 5% ของก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด แต่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะภาวะโลกร้อน ทำให้ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ซึ่งจะส่งผลมายังอุตสาหกรรมท่องเที่ยวด้วย
 
"ททท. ในฐานะหน่วยงานหลักของชาติด้านส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยว ได้จัดทำโครงการเซเว่น กรีนส์ ขึ้น เพื่อแสดงจุดยืนให้นานาประเทศทราบว่า ภาคท่องเที่ยวของไทยใส่ใจเรื่องลดโลกร้อน ซึ่งเป็นแนวโน้มที่นักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มคุณภาพให้ความสำคัญ และใช้เป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณาเลือกจุดหมายปลายทางท่องเที่ยว"
 
นางศศิอาภา สุคนธรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมสินค้าการท่องเที่ยว ททท.กล่าวว่า ได้คัดเลือกสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว ที่สอดคล้องกับแนวคิด เซเว่น กรีนส์ และจะนำข้อมูลสินค้าและบริการ ไปจัดกิจ กรรมส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันภาคท่องเที่ยวไทยในเวทีโลก โดยที่ผ่านมาเริ่มนำร่องโครงการที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาสิ่งแวดล้อม จากการที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวขยายตัวมาก แต่ขาดการจัดการที่ดี โดยมีภาครัฐและผู้ประกอบการในพื้นที่ และคนในชุมชนร่วมมืออย่างดี.
http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=201307&NewsType=1&Template=1

What can you do with the new Windows Live? Find out

ผู้ติดตาม

เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
ข่าวสาร ข้อมูล ทุกด้านต้องรับฟัง ไม่เชื่อสิ่งที่เห็น ฟังข่าวสารเพียงฝ่ายเดียว ต้องรู้เท่าทันในการรับรู้ข่าวสารจากทุกแหล่งข่าว FACT - Freedom Against Censorship Thailand กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย http://facthai.wordpress.com/ http://twitter.com/jiew ● ปรึกษาปัญหากฏหมาย ละเมิด,สัญญา,อายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์ ปัญหาติดต่อราชการ ฟรี ● พิมพ์รายงาน,ค้นหาข้อมูล, ● งานพิมพ์ Lay-Out,Art Work สำนักพิมพ์ดาวหาง www.sanamluang.bloggang.com สนใจติดต่อสอบถาม workingmailhome@hotmail.com

รายการบล็อกของฉัน