บ.ซีแคนูไทยแลนด์ จำกัด บ้าน ร๊อคการ์เด้นท์ 125/461 บ้านทุ่งคา - บ้านสะปำ ต. รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83000 โทรศัพท์ 076 528839 - 40 โทรสาร 076 258841 อีเมล์: info@seacanoe.net เว็บไซต์ http://www.seacanoe.net/ Please visit my blog.Thank you so much. http://www.sanamluang.bloggang.com / http://tham-manamai.blogspot.com / http://www.parent-youth.net/ http://www.tzuchithailand.org/ http://www.pdc.go.th/ http://www.presscouncil.or.th / http://thainetizen.org/ http://www.ictforall.org

"เชิญชวนทุกท่านร่วมสร้างสรรค์กฎหมายเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน"

ฉันไม่ชอบกฎหมาย
Bookmark and Share
Blognone

วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2552

วธ.เผยเยาวชนภูมิใจมรดกไทย“พระที่นั่งอนันตฯ-ตึกไทยคู่ฟ้า”

วธ.เผยเยาวชนภูมิใจมรดกไทย"พระที่นั่งอนันตฯ-ตึกไทยคู่ฟ้า"
ข่าววันที่ 27 เมษายน 2552 แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ

"พระที่นั่งอนันตฯ-ตึกไทยคู่ฟ้า"เยาวชนภูมิใจมรดกไทย

วธ.สำรวจเยาวชน มรดกไทยภูมิใจสุด "พระที่นั่งอนันตฯ-ไทยคู่ฟ้า" อึ้งร้อยละ59 รู้จักไม่เคยติดต่อกรมศิลป์-ศน.-หอสมุดฯ จี้ให้แก้ปัญหาวัยรุ่นเร่งด่วน แต่งกาย มั่วสุม อบายมุข ขายตัว สัมมาคาราวะผู้ใหญ่ "ธีระ"เดินหน้าปรับบทบาทหน่วยงานก.วัฒนธรรม

 

สยามรัฐ – ศิลปวัฒนธรรม 27 เม.ย. นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เปิดเผยว่า วธ.ได้สุ่มตัวอย่างเด็กและเยาวชนจำนวน 7,602 คน อายุระหว่าง 10-20 ปี ระดับชั้นประถม-ปริญญาตรี เพื่อทำการสำรวจความคิดเห็นของเด็กและเยาวชนที่มีต่อกระทรวงวัฒนธรรม ระหว่างเดือน ม.ค.- เม.ย. ประจำปี 2552 พบว่า ต้องการให้วธ.แก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน 3 อันดับแรก ได้แก่

1.ร้อยละ 65.6 เรียกร้องให้แก้ไขอบายมุข การมั่วสุมของเด็กวัยรุ่น เช่น ดื่มสุรา ยาเสพติด ค้าประเวณี เที่ยวกลางคืน

2.ร้อยละ 65.5 ให้แก้ไขปัญหาการใช้คำพูดศัพท์แสลง ผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างคำพูดที่สุภาพตลอดจนไม่ใช้ถ้อยคำที่รุนแรงและหยาบคาย และ

3. ร้อยละ 64.7 การเผยแพร่ผลงานวัฒนธรรมให้ประชาชนรู้จักมากชึ้น เช่น รณรงค์การแต่งกายของไทย รมว.วธ. กล่าวอีกว่า สิ่งที่เด็กและเยาวชนกลุ่มตัวอย่างอยากให้วธ.เร่งดำเนินการ 3 อันดับแรกคือ  

             ร้อยละ 66.5 การไหว้และการมีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่

ร้อยละ 65.6 การแต่งกายของวัยรุ่นและนักศึกษา ตลอดจนการแสดงออกต่อที่สาธารณะ และ

ร้อยละ 65.6 แก้ไขปัญหาวัยรุ่นอย่างจริงจัง

ในส่วนของหน่วยงาน วธ. ที่เยาวชนรู้จักแต่ไม่เคยติดต่อ

ร้อยละ 59 กรมศิลปากร

ร้อยละ 57.7 กรมการศาสนา(ศน.)

ร้อยละ 51.7 หอสมุดแห่งชาติ

 

ส่วนหน่วยงานที่เด็กและเยาวชนไม่รู้จักเลย ได้แก่

ร้อยละ 51.7 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

ร้อยละ 50.8 หอไทยนิทัศน์

ร้อยละ 47 สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย(สศร.)  

"เยาวชนส่วนใหญ่เข้าใจว่าภาพลักษณ์ที่สะท้อนหน้าที่ของวธ. คือภาษาไทย ดูแลโบราณสถาน อาทิ วัด เจดีย์ โบสถ์ วิหาร พระราชวัง การอนุรักษ์ประเพณีต่างๆ เช่น สงกรานต์ ลอยกระทง และมรดกไทยที่ภาคภูมิใจมากที่สุดคือ พระที่นั่งอนันตสมาคม ตึกไทยคู่ฟ้าหรือทำเนียบรัฐบาล อย่างไรก็ตาม วธ.จะต้องเร่งปรับปรุงบทบาทหน้าที่ของทุกหน่วยงานให้เข้าถึงเด็กและเยาวชนมากกว่านี้" รมว.วธ. กล่าว – จบ

 
  รูปประกอบข่าว
http://www.siamrath.co.th/UIFont/NewsDetail.aspx?cid=70&nid=36931


Rediscover Hotmail®: Now available on your iPhone or BlackBerry Check it out.

วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2552

แมงมุมหน้ายิ้มฮาวาย-เสี่ยงสูญพันธุ์

วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6724 ข่าวสดรายวัน


แมงมุมหน้ายิ้มฮาวาย-เสี่ยงสูญพันธุ์





"แมงมุมหน้ายิ้ม" มีขนาดเพียงไม่กี่มิลลิเมตร พบที่ฮาวาย สหรัฐอเมริกา ดร.จอฟฟ์ อ๊อกซฟอร์ด ผู้เชี่ยวชาญด้านแมงมุมจากมหาวิทยาลัยยอร์ก ประเทศแคนาดา ผู้ศึกษาแมงมุมหน้ายิ้ม กล่าวว่า "แมงมุมชนิดนี้ไม่น่าเป็นอันตรายต่อมนุษย์ การที่มันวิวัฒนาการให้ลำตัวมีหน้ายิ้มก็อาจเป็นเพราะต้องการหลอกศัตรู อย่างไรก็ตาม พวกมันมีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เพราะพื้นที่ป่าดิบในเกาะฮาวายลดจำนวนลงเรื่อยๆ"

ดร.อ๊อกซฟอร์ดยอมรับว่า เมื่อยกใบไม้ขึ้นมา ทำให้เขายิ้มที่เห็นลวดลายบนตัวแมงมุม "มีหลายทฤษฎีที่อาจนำมาอธิบายวิวัฒนาการหน้ายิ้ม ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ การที่แมงมุมต้องการหลอกนักล่า ศัตรู อย่างนกบางตัวที่ไม่เคยเห็นมันมาก่อน อาจมีจังหวะหนึ่งที่คิดว่า จะกินมันดีหรือไม่กินดี ซึ่งจังหวะนี้เองอาจทำให้แมงมุมหนีรอดจากการถูกกินได้"

แมงมุมหน้ายิ้มได้รับการยกย่องให้เป็นทูตของเหล่าแมลงและแมงมุมที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของเกาะฮาวาย เพื่อให้มนุษย์ตระหนักถึงชีวิตของพวกมัน ถ้าไปเที่ยวฮาวายก็จะเห็นรูปแมงมุมหน้ายิ้มอยู่ตามสินค้าของที่ระลึกต่างๆ เช่น เสื้อยืด หมวกเบสบอล และโปสการ์ด


หน้า 28
http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROMFpXTXdNakkzTURRMU1nPT0=&sectionid=TURNeU5nPT0=&day=TWpBd09TMHdOQzB5Tnc9PQ==


Rediscover Hotmail®: Get quick friend updates right in your inbox. Check it out.

แต้มสีเติมฝัน สัญจรล้านนา

วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6724 ข่าวสดรายวัน


แต้มสีเติมฝัน สัญจรล้านนา


สดจากเยาวชน




กระดาษสีขาว ค่อยๆ ปรากฏสีทีละสี ผสมผสานก่อเกิดภาพวาดจากภาพจริงที่อยู่เบื้องหน้า

เจดีย์ โบสถ์ และศาลาหลังงามของเด็กๆ แม้จะหลากสีสันแต่ล้วนมาจากหัวใจสีเดียวกัน...

...หัวใจสีขาว

โครงการสัญจรสอนศิลป์ฟรี เพื่อคนดีของชุมชน จัดขึ้นอีกครั้งเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ครูเบิ้ม เติมศิลป์ หรือนายไพบูลย์ ธรรมเรืองฤทธิ์ พร้อมอาสาสมัครจากกรุงเทพฯ รวม 9 คน ออกเดินทางสู่ภาคเหนือพร้อมอุปกรณ์การศึกษาจากมูลนิธิสหทัยสังคมศึกษาสงเคราะห์ ที่สนับสนุนทุนทรัพย์ส่วนหนึ่งร่วมกับทีมงาน เพื่อร่วมแบ่งฝัน ปันน้ำใจ มอบโอกาสให้นักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษากว่า 80 คน จากโรงเรียนสบต๋ำวิทยา และโรงเรียนบ้านท่าผา อ.เกาะคา จ.ลำปาง



เหล่าจิตรกรน้อย เลือกมุมสวย และสงบงามในพระธาตุลำปางหลวง สถาปัตยกรรมโบราณของชาวล้านนา สร้างสรรค์งานศิลป์ โดยมีครูเบิ้มและพี่ๆ ทีมงาน ให้ความรู้เกี่ยวกับการวาดรูป ก่อนจะเดินแนะนำเทคนิคการวาดภาพให้กับเด็กๆ แต่ละคน

ครูเบิ้มอธิบายพร้อมยกตัวอย่างการวาดภาพเบื้องต้น ตามด้วยวิธีการระบายสี การจัดวางองค์ประกอบของภาพให้สวยงาม เนื้อหาน่าสนใจ

เด็กๆ เลือกวาดรูปต่างกันไป บางคนวาดซุ้มประตูโขง บ้างวาดพระอุโบสถ บ้างก็วาดเจดีย์ ตามความถนัดและมุมงามของแต่ละคน

อิ่มอร่อยกับมื้อเที่ยงจากผู้ใหญ่ใจดี คุณแม่สุนิภา เงินกระแชง อดีตครูสอนศิลปะ ที่นำอาหารมาเพิ่มแรงให้ครู พี่เลี้ยงและศิษย์ตัวน้อย ช่วงบ่ายเป็นช่วงพิจารณาคัดเลือกภาพที่น่าสนใจ

เจ้าของผลงานต่างร่วมลุ้นระทึกอยู่ในใจ ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายอยู่ด้านนอก

เจ้าของรางวัลที่ 1 ด.ญ.ธนัชพร พิศาล หรือน้องแนน ชั้น ม.1 อายุ 13 ปี เผยว่า รู้สึกดีที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม และขอบคุณที่ให้โอกาสเด็กลำปาง อยากให้มีกิจกรรมแบบนี้อีกในครั้งต่อๆ ไปค่ะ

รางวัลที่ 2 ด.ช.สุวิจักษณ์ ธิดา หรือน้องก๊อต ชั้น ป.2 อายุ 8 ขวบ เจ้าตัวบอกว่าดีใจครับ ถ้ามีการสอนศิลปะอีกจะมาร่วมอีกครับ

รางวัลที่ 3 ด.ญ.ปัทมา จอมแปง หรือน้องอัน อายุ 11 ปี ชั้น ป.5 บอกว่าภูมิใจที่ตัวเองได้รางวัลที่ 3 ถ้ามีกิจกรรมแบบนี้อีกก็จะมาค่ะ

คุณครูพัฒนา อินทะปัด ครูชำนาญการ โรงเรียนสบต๋ำวิทยา กล่าวถึงโครงการว่าเป็นโครงการที่ส่งเสริมด้านศิลปะที่ทำประโยชน์ให้นักเรียนและสังคม นักเรียนมีความสุข ประทับใจ และได้รับความรู้ด้านการวาดภาพมากขึ้น ถ้ามีโอกาสอยากให้มีกิจกรรมนี้อีกครั้ง

เด็กๆ และครูลาจากกันชั่วคราว

โดยมี "สี" และ "ฝัน" โยงใยมิตรภาพระหว่างกัน...สืบไป


หน้า 24
http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TURONWIzVXdNVEkzTURRMU1nPT0=&sectionid=TURNeE1RPT0=&day=TWpBd09TMHdOQzB5Tnc9PQ==


Rediscover Hotmail®: Now available on your iPhone or BlackBerry Check it out.

ผวาสะพานข้ามแม่น้ำปะเหลียน

วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11370 มติชนรายวัน


ผวาสะพานข้ามแม่น้ำปะเหลียน


กระทบป่าชายเลน-แนะดูรอบด้าน ส.ส.ตรังหนุนอ้างช่วยร่นระยะทาง





ผู้สื่อข่าวภูมิภาค "มติชน" จ.ตรัง รายงานว่า ในการเปิดเวทีแสดงความคิดเห็นโครงการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปะเหลียน เชื่อมระหว่าง ต.วังวน อ.กันตัง และ ต.บ้านนา อ.ปะเหลียน เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา ชาว อ.กันตัง และ อ.ปะเหลียน กว่า 200 คน เข้าร่วมรับฟังและเสนอความเห็น โดยประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่า โครงการนี้ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนระหว่างแม่น้ำฝั่งซ้ายและฝั่งขวา เดิมก่อนหน้านี้ ต้องใช้เวลาเดินทางด้วยเรือถึง 2 ชั่วโมง ทั้งที่ 2 อำเภออยู่ห่างแค่ 3 กิโลเมตร และหากเดินทางด้วยรถยนต์มีระยะทางถึง 50 กิโลเมตร ขณะที่ฝ่ายองค์กรพัฒนาเอกชนแสดงความกังวลพื้นที่ก่อสร้างเป็นป่าชายเลน แหล่งอุดมสมบูรณ์ทางระบบนิเวศ เป็นจุดพบกันระหว่างน้ำจืดและน้ำเค็ม เรียกร้องให้ศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอย่างรอบคอบ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ แสดงความเห็นว่า หากสะพานแห่งนี้สร้างได้สำเร็จ จะเป็นประโยชน์กับประชาชนในหลายอำเภอเช่น ปะเหลียน กันตัง ย่านตาขาว หาดสำราญ สิเกา ช่วยร่นระยะเดินทางประหยัดค่าใช้จ่าย ทำให้ประชาชนสองฝั่งแม่น้ำปะเหลียนมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น สามารถค้าขายได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

"การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปะเหลียน ยอมรับว่าจะต้องมีป่าชายเลนถูกทำลายไปบ้าง เป็นเรื่องจำเป็น แต่ทำอย่างไรให้ป่าชายเลนเสียหายน้อยที่สุด และจะต้องปลูกป่าทดแทนหลังสิ้นสุดโครงการ" นายสมบูรณ์กล่าว

นายพิศิษฐ์ ชาญเสนาะ นายกสมาคมหยาดฝน เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า บริเวณที่จะก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปะเหลียนเป็นป่าชายเลนสมบูรณ์ที่สุดของ จ.ตรัง และทะเลอันดามัน เป็นพื้นที่วางไข่ของสัตว์น้ำ เป็นที่ชุกชุมของของหอยปะ "พื้นที่แห่งนี้ถือเป็นหม้อข้าวของชาว ต.วังวน อ.กันตัง และชาวหินคอกควาย ต.บ้านนา อ.ปะเหลียน เพราะเป็นปากน้ำ ที่แม่น้ำตรังและแม่น้ำปะเหลียนไหลมาบรรจบมีระบบนิเวศทางทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์มาก ดังนั้น การก่อสร้างจะต้องศึกษาทางระบบนิเวศให้ละเอียดและระมัดระวัง โดยเฉพาะสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้มีกระแสพระราชดำริมาตลอด ถึงการอนุรักษ์ป่าชายเลน " นายพิศิษฐ์กล่าว

นายพิศิษฐ์กล่าวว่า ในฐานะเป็นกลุ่มเอ็นจีโอ วันนี้ยังไม่ขอประกาศว่าจะคัดค้านโครงการหรือสนับสนุน แต่ขอให้ศึกษาปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมก่อนก่อสร้าง เพื่อไม่ให้ถูกตำหนิว่า เป็นโครงการที่ทำลายสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะป่าชายเลน (กรอบบ่าย)

หน้า 9

http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01pro02270452&sectionid=0112&day=2009-04-27

Windows Live™ SkyDrive™: Get 25 GB of free online storage. Check it out.

เครือข่ายชาวบ้านยื่นหนังสือ "ยูเอ็น-รัฐบาลไทย" แก้ปัญหาด่วน ระบุ 3 เขื่อนกั้นโขงของจีนทำเดือดร้อน

วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2552 เวลา 18:36:53 น.  มติชนออนไลน์
ภาพประกอบจาก www.thai-tour.com

เครือข่ายชาวบ้านยื่นหนังสือ "ยูเอ็น-รัฐบาลไทย" แก้ปัญหาด่วน ระบุ 3 เขื่อนกั้นโขงของจีนทำเดือดร้อน

เครือข่ายชาวบ้านยื่นหนังสือยูเอ็น-รัฐบาลไทยแก้ปัญหาด่วน ระบุ 3 เขื่อนกั้นโขงของจีนทำเดือดร้อนหนัก ชี้หากเพิกเฉยรุนแรงแน่ ชุมชนทั่วทุกภาคร่วมกันสร้างตลิ่ง เยียวยา-ให้กำลังใจชาวเชียงของ ดันตั้ง "สภาลุ่มน้ำโขง"เป็นปากเสียงจัดการทรัพยากรท้องถิ่น คนอุบลฯเชื่อมีเขื่อนบ้านกุ่มแน่

 
เมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่บริเวณริมแม่น้ำโขงบ้านปากอิงใต้ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ชาวบ้านจากชุมชนต่างๆทั่วทุกภาคกว่า 10 แห่ง อาทิ ชุมชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ,ชุมชนคนไทยพลัดถิ่น จ.ระนอง ,ชุมชนบางขุนเทียน ,ชุมชนเมืองอุบล เป็นต้น กว่า 200 คน พร้อมชาวบ้านปากอิง ได้ร่วมกันสร้างตลิ่งริมแม่น้ำโขง หลังเกิดการพังทลายตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่เมื่อเดือนสิงหาคม 2551 โดยชาวบ้านเชื่อว่ามีสาเหตุมาจากการปล่อยน้ำจากเขื่อนในประเทศจีน
 
นายบุญคง บุญวาส ผู้ใหญ่บ้านปากอิงใต้ กล่าวว่า รู้สึกดีใจและปลื้มใจมากที่ชาวบ้านจากทั่วทุกภาคมาร่วมกันช่วยเหลือสร้างตลิ่งให้ชาวปากอิง ซึ่งทุกวันนี้แม่น้ำโขงเกิดการเปลี่ยนแปลงไปมาก จากเดิมที่เคยคาดการณ์ได้ว่าน้ำจะลดหรือเพิ่มช่วงไหน แต่ทุกวันนี้กลับคาดการณ์ไม่ได้เลย โดยเฉพาะการเกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อครั้งก่อน ทำให้บ้านเรือนและไร่นาเสียหายอย่างหนักมากกว่า 300 ไร่
 
"เราไม่รู้เลยว่าน้ำจะท่วม เมื่อก่อนพอฝนตกหนักน้ำจากแม่น้ำอิงก็จะไหลลงแม่น้ำโขง ขณะที่น้ำจากทิศเหนือของแม่น้ำโขงจะไหลลงมาเช่นกัน ทำให้กระแสน้ำมาดันกันอยู่แถวนี้ แต่น้ำท่วมครั้งก่อนกลับมีแต่น้ำโขงไหลทะลักมามหาศาลโดยชาวบ้านไม่รู้ตัวเลย พวกเราจึงเชื่อว่าเป็นการปล่อยน้ำมาจากเขื่อนในจีน"นายบุญคงกล่าว
 
นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว แกนนำกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่า ความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งก่อนมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 85 ล้านบาท รัฐบาลจีนต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านที่อยู่ท้ายน้ำ หากไม่สะสางปัญหาจะกลายเป็นประเด็นขัดแย้งกับชาวบ้านเพิ่มขึ้นทุกวัน และว่า เครือข่ายชาวบ้านจากทุกภาคจะร่วมกันออกแถลงการณ์ถึงรัฐบาลจีนโดยยื่นหนังสือผ่านสถานทูตจีนประจำประเทศไทย และทำหนังสือถึงองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น)  รวมทั้งรัฐบาลไทย เพื่อให้เจรจาแกไขปัญหาของชาวบ้านที่อยู่ท้ายน้ำ หากรัฐบาลจีนยังไม่คิดรับผิดชอบ เครือข่ายชาวบ้านของไทยจะประสานไปยังประเทศต่างๆที่อยู่ท้ายน้ำโขงเพื่อหามาตรการตอบโต้ประเทศจีน
 
"ในอนาคตแล้ว เราพยายามจะเชื่อมต่อให้ประชาชนตลอดลำน้ำโขงจัดตั้งเป็นสภาลุ่มน้ำโขง เพื่อให้มีสิทธิ์มีเสียงในการจัดการทรัพยากรของตัวเอง แต่ตอนนี้อย่างน้อยรัฐบาลจีนควรเจรจากับรัฐบาลไทยถึงประเด็นปัญหาเฉพาะหน้านี้ก่อน มิฉะนั้นจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ในอนาคต"นายนิวัฒน์กล่าว
 
ขณะที่นางสังวาล บุญน้อย ชาวบ้านจากบ้านสองคอน อ.โพธิไทร จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า แม่น้ำโขงช่วงที่ไหลผ่าน จ.เชียงรายนี้ มีความแตกต่างจากแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านชุมชนของตนเอง แต่ปัญหาหนึ่งที่ประสบเหมือนกันคือเกิดความเปลี่ยนแปลงในแม่น้ำโขงในลักษณะเดียวกัน ชาวบ้านไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าน้ำจะขึ้นหรือลงเมื่อใด ล่าสุดชาวบ้านปลูกถั่วและทำเกษตรริมโขงต่างได้รับความเสียหายอย่างหนัก เนื่องจากเมื่อน้ำลดก็คิดว่าถึงเวลาเพาะปลูกแล้ว แต่ปรากฏว่าจู่ๆน้ำท่วมขึ้นมาอีกครั้ง หลายคนเชื่อว่าเป็นการปล่อยน้ำมาจากเขื่อนในจีน ทำให้แปลงเกษตรถูกน้ำท่วมหมด
 
"ตอนนี้ชาวบ้านยังไม่รู้เลยว่าเขาจะสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำโขงที่บ้านกุ่ม (จ.อุบลราชธานี)หรือไม่ เพราะถามใครก็ไม่มีใครรู้ แม้แต่ทางอำเภอ แต่เราเชื่อว่าเขาคงตั้งใจจะสร้างแน่ เพราะมีการเขียนแผนผังต่างๆแล้ว นอกจากนี้ยังมีคนไปสำรวจด้วย"นางสังวาลกล่าว
 
ด้านนายมาหามัดนาซือรี เมาตี ชาวบ้านจาก อ.สุไหง-โกลก จ.นราธิวาส กล่าวว่า การที่ชาวบ้านรวมตัวกันมาสร้างตลิ่งในครั้งนี้ ถือเป็นความเข้มแข็งที่ควรเอาเป็นแบบอย่าง และบรรยากาศแตกต่างจาก 3 จังหวัดภาคใต้มาก เพราะไม่ต้องวิตกกังวลเกี่ยวกับความรุนแรง การได้แลกเปลี่ยนปัญหาระหว่างชุมชนต่างๆในครั้งนี้ จะนำไปปรับใช้ในชุมชนของตัวเอง
 
สำหรับแถลงการณ์ที่เครือข่ายชาวบ้านร่วมกันลงชื่อและส่งถึงรัฐบาลจีน รัฐบาลไทย และองค์การสหประชาชาตินั้น มีเนื้อหาสรุปว่า โครงการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงตอนบนของจีนยูนนาน 8 เขื่อน (เปิดใช้แล้ว 3 เขื่อน) โครงการระเบิดเกาะแก่งในลำน้ำโขงเพื่อการเดินเรือพาณิชย์ เป็นต้น ส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนในชุมชนท้องถิ่นริมฝั่งแม่น้ำโขงอย่างมหาศาล จนแทบล่มสลาย เพราะปริมาณพันธุ์ปลาลดลง พื้นที่เกษตรริมฝั่งโขงถูกน้ำท่วม ผู้คนบางชุมชนต้องอพยพไปหากินต่างถิ่น หลายชุมชนต้องเปลี่ยนอาชีพ เมื่อเดือนสิงหาคม 2551 เกิดน้ำท่วมหนักที่สุดในรอบ 40 ปีในเขตแม่น้ำโขง-อิงและกกตอนปลาย สาเหตุหลักมาจากการเปิดเขื่อนในจีนอย่างฉับพลัน เพราะน้ำท่วมหนักหน้าเขื่อนจนมีรายงานข่าวของทางการจีนว่า มีผู้เสียชีวิต 40 คน ด้วยเหตุนี้น้ำจึงท่วมฉับพลันเพียงในวันเดียวเกือบ 2 เมตร ก่อผลเสียหายเบื้องต้นเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 85 ล้านบาท ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลไทย โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องตระหนักและหันกลับมาทบทวนแนวนโยบายและการทำงานช่วยเหลือชุมชนท้องถิ่นซึ่งได้รับผลกระทบจากนโยบายการพัฒนาของประเทศในลุ่มน้ำโขง เมื่อเครือข่ายชาวบ้านหรือชุมชนท้องถิ่นได้รวมตัวกันพึ่งตนเอง จำเป็นที่รัฐบาลต้องหนุนเสริม ไม่ใช่มีเพียงแนวนโยบายที่ให้สิทธิพิเศษและโอกาสแต่เพียงองค์กรภาคทุนเศรษฐกิจหรือองค์กรทุนข้ามรัฐแต่เพียงด้านเดียว


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1240745829&grpid=01&catid=19

Windows Live™ SkyDrive™: Get 25 GB of free online storage. Check it out.

พายุฤดูร้อนถล่มทั่วประเทศ น้ำป่าทะลักบ้านพังเสียหายหลายร้อยหลัง อุตุฯเตือนจะมาอีกรอบจนถึง 28 เม.ย. 2552

วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2552 เวลา 23:43:34 น.  มติชนออนไลน์
ฝนกระหน่ำอำเภอสัตหีบก่อนฟ้าสาง น้ำท่วมบ้าน และถนน จราจรหลายจุดเป็นอัมพาต

พายุฤดูร้อนถล่มทั่วประเทศ น้ำป่าทะลักบ้านพังเสียหายหลายร้อยหลัง อุตุฯเตือนจะมาอีกรอบจนถึง 28 เม.ย. 2552

พายุฤดูร้อนถล่มหลายจังหวัดทั่วประเทศ น้ำป่าไหลทะลักลงจากภูเขา พัดถล่มจนดินยุบ บ้านพังเสียหายหลายร้อยหลัง มีผู้บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง นักท่องเที่ยวตราดเซ็ง คลื่นลมแรง อดทัวร์เกาะแก่ง อุตุฯเตือนมาอีกเป็นระลอกจนถึง 28 เมษายน

 
พายุฤดูร้อนพัดถล่มหลายจังหวัดทั่วประเทศตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 26 เมษายน เริ่มจากเวลา 05.00 น. ในเขตพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เกิดฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนักทุกพื้นที่ เป็นเหตุให้หลายจุดมีน้ำหลากลงมาจากบนภูเขาหลายลูก มารวมกันบนถนนสุขุมวิท ทำให้เกิดน้ำท่วมถนนสายหลักสุขุมวิท สาย 3 บางนา-ตราด ช่วงอ.สัตหีบ การจราจรเป็นอัมพาตหลายแห่ง โดยเฉพาะบริเวณถนนสุขุมวิท เส้นทางสัตหีบ–ระยอง ช่วงหลักกิโลเมตร (กม.) 176-178 ระยะทางกว่า 2 กม. มีน้ำท่วมขึ้นมาบนผิวถนนสูงถึง 30 เซนติเมตร หลัก กม.7-10 น้ำท่วมบ้านเรือนประชาชน ประกอบกับมีกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ทำให้รถที่สัญจรไปมาไม่สามารถใช้เส้นทางได้ มีรถจอดเสียหลายคัน

เวลา 08.00 น. พ.ต.อ.สมชาย สุนทวนิค ผกก.สภ.สัตหีบ ได้สั่งการให้ตำรวจจราจรออกให้การอำนวยความสะดวกในการจัดเส้นทางจราจร เพื่อให้รถสามารถหลบหนีเส้นทางน้ำ และใช้เส้นทางอื่นในการสัญจรไปมาได้ ขณะเดียวกันนายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ นายไพโรจน์ มาลากุล ณ อยุธยา นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสัตหีบ นายทวีป แต่งแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพลูตาหลวง ได้เร่งสนับสนุนรถดับเพลิงจำนวนมากมาช่วยดูดน้ำในหลายจุด ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก โดยยังไม่มีทีท่าเบาบางลง ทำให้กระแสน้ำที่ไหลลงมาจากบนภูเขาความทวีความรุนแรงมากขึ้น และไหลมารวมกับบริเวณท่อระบายน้ำ ทำให้น้ำไม่สามารถระบายได้ทัน ล่าสุดได้ประสานขอหน่วยงานในพื้นที่มาช่วยเร่งระบายน้ำ เพราะกระแสน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนหลายพื้นที่

ที่ จ.ระยอง ตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยงเกิดพายุฝนตกหนักกระหน่ำในพื้นที่ ต.พลา อ.บ้านฉาง เป็นเหตุให้น้ำท่วมหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณโครงการบ้านเอื้ออาทร บ้านฉาง 3 ของการเคหะแห่งชาติ ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนพลา–บ้านฉาง หมู่ 5 ต.พลา มีระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ประกอบภายในตัวโครงการบ้านเอื้ออาทรดังกล่าวไม่มีท่อระบายน้ำ น้ำไม่สามารถไหลออกทางไหนได้ ทำให้น้ำที่ท่วมขังกัดเซาะบริเวณรั้วของโครงการเกิดอาการทรุดตัว รั้วโครงการหมู่บ้านเอื้ออาทรที่ยาวกว่า 200 เมตรถูกกระแสน้ำที่ท่วมขังซัดจนพังถล่มราบเป็นหน้ากอง ส่งผลทำให้บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ใกล้รั้วหมู่บ้านด้านทิศตะวันออกและทิศใต้เกิดการร้าว บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบจากรั้วโครงการถล่มกว่า 20 หลังคาเรือน และต้องขนย้ายออกไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน เพื่อป้องกันอันตราย

จ.กาฬสินธุ์ นายนิคม ปัญจวัฒน์ นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลห้วยโพธิ์ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน เข้าช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบปัญหาวาตภัยที่เกิดขึ้นช่วงกลางดึกที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเขต ต.ห้วยโพธิ์ ที่บ้านเหล่าสูงถูกพายุพัดเสียหาย 73 หลัง และมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ทางเทศบาลต้องตั้งเต็นท์ให้พักชั่วคราว นอกจากนี้ฤทธิ์ของพายุยังสร้างความเสียหายให้กับราษฎรอีกหลายอำเภอ โดยเฉพาะที่ อ.สหัสขันธ์ อ.กมลาไสย และ อ.ยางตลาด เบื้องต้นสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแจ้งว่า มีบ้านเรือนไม่ต่ำกว่า 250 หลังได้รับความเสียหาย

จ.สตูล เวลา 09.00 น.นายธานี หะยีมะสาและ ปลัดอาวุโสอำเภอละงู จ.สตูล ได้รับแจ้งเกิดหินถล่มจากบนเขาตกน้ำ หมู่ 1 ต.เขาขาว อ.ละงู จ.สตูล ลงบนถนนสายละงู-เขาขาว ทำให้หินเกลื่อนถนนแต่ไม่มีใครได้รับอันตราย จึงสั่งเจ้าหน้าที่นำป้ายไปติดตั้งให้ระวังหินถล่ม ฝนตกหนักห้ามผ่าน โดยภูเขาลูกนี้เมื่อหลายปีที่แล้วมีหินก้อนใหญ่ถล่มลงมา ทางราชการจึงเข้าไปแก้ไขปัญหาโดยการระเบิดหินให้ตกลงมาแล้ว แต่เศษหินที่เหลือจากการระเบิดดังกล่าว เมื่อฝนตกก็ได้ลื่นไถลลงมาอีก สร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนในพื้นที่และผู้ที่ใช้เส้นทางสายดังกล่าวสัญจรไปมาเป็นอย่างมาก 

จ.ตราด เกิดฝนตกหนักที่ อ.เกาะกูดอย่างหนักต่อเนื่องกัน ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวน 3,000 คน ในเกาะกูดและเกาะหมากที่เดินทางมาท่องเที่ยวใน อ.เกาะกูดต้องประสบปัญหาการเดินทางไปท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ โดยเฉพาะชายทะเลไม่สามารถไปยังแหล่งท่องเที่ยวได้ ต้องอยู่ภายในห้องพักเพียงอย่างเดียว มีเพียงบางส่วนที่ออกไปดำน้ำดูปะการังได้บางส่วนเท่านั้น 

เวลา 16.30 น. กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนภัย "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทย" ว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในหลายพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงและฝนตกหนักบางแห่ง
 
ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายในระยะ 2-3 วันนี้ (26-28 เมษายน) ขณะเกิดฝนฟ้าคะนองขอให้หลีกเลี่ยงการอยู่ที่โล่งกลางแจ้งหรือใต้ต้นไม้สูงเด่น ใกล้ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งควรงดใช้เครื่องมือสื่อสารหรือวัตถุที่อาจเป็นสื่อนำไฟฟ้าไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมในอ่าวไทยตอนบนสูงมากกว่า 2 เมตรโดยเฉพาะบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายจากการเดินเรือในระยะนี้ไว้ด้วย http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1240747506&grpid=01&catid=19


Rediscover Hotmail®: Now available on your iPhone or BlackBerry Check it out.
 
วันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4099

"ไก่ย่าง5ดาว"พลิกเกมดัน4พันล้าน งัดสารพัดกลยุทธ์-เมนูประหยัด-ช่วยแฟรนไชส์


"ห้าดาว" ไม่หวั่น ศก.ซบ เดินหน้าเพิ่มจุดขาย ชูกลยุทธ์คุ้มค่าคุ้มราคารับกำลังซื้อหดตัว อัดโปรโมชั่นแรง เพิ่มความถี่สินค้าใหม่ทุกไตรมาส เปิดตัวไฟติ้งเมนูไก่ย่างตัวละ 99 บาท กระตุ้นการตัดสินใจ เพิ่มงบฯการทำตลาดสร้างแบรนด์ พร้อมงัดสารพัดวิธีช่วยแฟรนไชซี สุ่มศึกษาตลาดแฟรนไชส์ ข้าวมันไก่-ข้าวมันไก่ทอด เตรียมขยายทั่วประเทศ ตั้งเป้ากวาดยอดขาย 4 พันล้าน



นายสถิต สังขนฤบดี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพีเอฟ ผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจภายใต้แบรนด์ "ห้าดาว" เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้แม้ว่าโดยภาพรวมของธุรกิจอาหารจะไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางเศรษฐกิจเหมือนกับธุรกิจอื่นๆ แต่เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่พิจารณาเลือกซื้อสินค้าที่มีความคุ้มค่า โดยเลือกผลิตภัณฑ์มีคุณภาพและราคาไม่สูงมาก สำหรับไก่ย่างห้าดาวที่เน้นจับกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้างก็ได้ปรับตัวเพื่อรองรับพฤติกรรมดังกล่าว

เดินหน้าขยายแฟรนไชส์

จากนี้ไปบริษัทจะยังขยายแฟรนไชส์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมองว่าจากผลจากการเลิกจ้างงานจะเป็นโอกาสในการขยายแฟรนไชส์ และไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทมีจุดขายไก่ย่างห้าดาวและไก่ทอดห้าดาวเพิ่มขึ้น 100 จุด ปัจจุบันมีแฟรนไชส์ไก่ย่างห้าดาวและไก่ทอดห้าดาวทั้งสิ้น 3,200 จุด และสิ้นปีตั้งเป้าไว้ 3,600 จุด แบ่งเป็นไก่ทอด 800 จุด ไก่ย่าง 2,800 จุด

อย่างไรก็ตาม นายสถิตยอมรับว่าปีนี้เศรษฐกิจไม่ดี มีการคืนแฟรนไชส์บ้าง แต่หักลบกับจำนวนแฟรนไชส์ใหม่ พบว่ามีตัวเลขที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทได้ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือแฟรนไชซีให้สามารถขายสินค้าได้ง่ายและมียอดขายที่เพิ่มขึ้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมาไก่ย่าง ห้าดาวได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้า 3,000 บาท จูงใจผู้ที่สนใจจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง และให้ความช่วยเหลือผู้ต้องการทำธุรกิจ ไก่ย่างห้าดาว ข้าวมันไก่ห้าดาว ด้วยการร่วมกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เพื่อช่วยเสริมหลักประกันการขอสินเชื่อและความสามารถในการผ่อนชำระ รวมทั้งการช่วยเหลือด้วยการให้ยืมอุปกรณ์ที่จำเป็นในการเปิดร้านก่อน โดยผู้ลงทุนต้องมัดจำเงิน 3,000 บาท

เพิ่มความแรงโปรโมชั่น

นายสถิตกล่าวต่อไปว่า สำหรับในแง่ของกลยุทธ์ทางการตลาด บริษัทจัดกิจกรรมโปรโมชั่นแรงกว่าปีที่แล้ว ด้วยการนำเมนูที่มีอยู่เดิมมาจัดโปรโมชั่นและมีการโฆษณาเพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง เช่น ไก่จ๊อห้าดาวไม้ละ 20 บาท จากเดิม 25 บาท ซึ่งทำให้ยอดไก่จ๊อห้าดาว เพิ่มขึ้น 150% และต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมาได้เปิดตัวไฟติ้งเมนู "ไก่ย่างห้าดาว สูตรจิ้มแจ่ว" ขายราคาตัวละ 99 บาท จากปกติตัวละ 109 บาท เพื่อกระตุ้นการซื้อและรองรับกำลังซื้อลดลง

พร้อมกันนี้ยังได้เพิ่มความถี่เปิดตัวสินค้าใหม่ไตรมาสละ 1-2 รายการ เพื่อสร้างความหลากหลาย ดึงลูกค้า เกิดการทดลองสินค้า และเพิ่มรายได้จากการซื้อซ้ำ หากเมนูไหนที่ผลตอบรับไม่ดีก็จะถอดเมนูออก

"ปลายเมษายน เราจะเปิดตัวเมนู "ไก่ย่างโอชา" แบ่งขายแบบแยกชิ้น 1 ตัวแบ่งเป็น 4 ชิ้น ราคาชิ้นละ 32 บาท เพื่อให้ผู้บริโภคซื้อได้ง่ายและเหมาะกับการรับประทาน 1-2 คน จากปกติตัวละ 109 บาท และครึ่งตัวราคา 67 บาท เป็นการเพิ่มประสบการณ์ทดลองสินค้าและขยายฐานลูกค้าใหม่"

นายสถิตกล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อต้นเดือนมีนาคมได้เปิดตัวเมนู "นักเก็ตกุ้ง" และจัดโปรโมชั่นคู่ละ 25 บาท จากปกติคู่ละ 35 บาท จนถึงเดือนมิถุนายน และเมื่อเร็วๆ นี้เพิ่งเปิดตัวเมนู "นักเก็ตไก่" ช่วงทดลองตลาดขาย 5 ชิ้น 20 บาท ซึ่งทั้ง 2 เมนูเป็นการประยุกต์มาจากการทดลองทำตลาดเบอร์เกอร์ห้าดาว เมื่อปลายปีที่ผ่านมา

เตรียมลุยข้าวมันไก่

รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพีเอฟฯ กล่าวด้วยว่า นอกจากช่วยให้ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ขายสินค้าได้แล้ว บริษัทยังพัฒนารูปแบบแฟรนไชส์อย่างต่อเนื่อง ตอนนี้อยู่ระหว่างทดลองเปิดแฟรนไชส์ข้าวมันไก่ซึ่งมีอยู่ 12 จุด ซึ่งได้เริ่มเปิดร้านเพื่อทดลองตลาดตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน 2551 โดยช่วงแรกมีเพียง 3 สาขา คือโลตัส เอ็กซ์เพรส บางบัวทอง, ศาลายา และถนนจันทน์

ที่ผ่านมามีผู้สนใจซื้อแฟรนไชส์จำนวนมาก แต่บริษัทขอชะลอการจะขายแฟรนไชส์ออกไปก่อน เพราะต้องการจะใช้เวลาศึกษาตลาดให้มีความชัดเจนมากกว่าที่เป็นอยู่ รวมทั้งอยู่ระหว่างการพัฒนาและปรับเปลี่ยนเมนูอาหารภายในร้านเพิ่มเติม เพื่อสร้างความแตกต่างจากร้านข้าวมันไก่ทั่วไป ด้วยการเพิ่มเมนูอื่นๆ อาทิ ข้าวสวยและกับข้าว, ข้าวหน้าไก่นิวออร์ลีน และข้าวไก่ เทริยากิ จากเมนูหลักที่มีข้าวมันไก่ต้ม และข้าวมัน ไก่ทอด โดยราคาขายเริ่มต้นจานละ 27 บาท

นายสถิตเสริมว่า ปีนี้บริษัทเพิ่มงบฯการตลาดเป็น 120 ล้านบาท จากปีที่แล้วใช้ไป 100 ล้านบาท เพื่อสร้างแบรนด์และกระตุ้นยอดขาย โดยจากนี้ไปจะใช้งบฯที่เหลืออยู่ 75% ทำการตลาดทุกช่องทาง เช่น ต้นเดือนพฤษภาคมนี้จะเปิดตัวโฆษณาชุดใหม่ ซึ่งถือเป็นการทำตลาดผ่านสื่อครั้งแรกของไก่ย่างสูตรต้นตำรับ สินค้าที่ทำรายได้สูงสุด จากเดิมที่การโฆษณาของห้าดาวจะโฟกัสไปที่การสร้างแบรนด์ ด้วยการนำเสนอภาพรวมของแบรนด์และผลิตภัณฑ์แต่ละเมนู

จากแนวทางดังกล่าวมั่นใจว่าสิ้นปีนี้ บริษัทจะมีรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาท หรือมีอัตราเติบโต 15% จากปีที่แล้วมีรายได้ 3,500 ล้านบาท

"ส่วนการขยายสาขาในต่างประเทศอยู่ระหว่างศึกษาที่จีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่และมีศักยภาพ ซึ่งที่ผ่านมาขยายในเวียดนาม พม่า บังกลาเทศ กัมพูชา ไต้หวัน สำหรับในจีนบริษัทมีแผนจะเข้าไปลงทุนสร้างโรงงานและขยายสาขาเอง แต่ในแง่ของจุดขายอาจจะมีการปรับให้สอดรับกับกฎระเบียบ ส่วนสินค้าก็จะต้องปรับให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคเป็นสำคัญ"

หน้า 17
http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02mar01230452&day=2009-04-23&sectionid=0207


Rediscover Hotmail®: Get e-mail storage that grows with you. Check it out.

ผู้ติดตาม

เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
ข่าวสาร ข้อมูล ทุกด้านต้องรับฟัง ไม่เชื่อสิ่งที่เห็น ฟังข่าวสารเพียงฝ่ายเดียว ต้องรู้เท่าทันในการรับรู้ข่าวสารจากทุกแหล่งข่าว FACT - Freedom Against Censorship Thailand กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย http://facthai.wordpress.com/ http://twitter.com/jiew ● ปรึกษาปัญหากฏหมาย ละเมิด,สัญญา,อายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์ ปัญหาติดต่อราชการ ฟรี ● พิมพ์รายงาน,ค้นหาข้อมูล, ● งานพิมพ์ Lay-Out,Art Work สำนักพิมพ์ดาวหาง www.sanamluang.bloggang.com สนใจติดต่อสอบถาม workingmailhome@hotmail.com

รายการบล็อกของฉัน